ฟื้น!! อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 17 จว. หลัง "หว่ามก๋อ" ถล่มยับ!! อีก 6 จว. ยังอ่วม !!

วันนี้ (21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ภาวะฝนตกหนักจากอิทธิพลของ ...


วันนี้ (21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ภาวะฝนตกหนักจากอิทธิพลของ "พายุหว่ามก๋อ" ทำให้มีพื้นที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย 23 จังหวัด ได้แก่ ระยอง, ชลบุรี, พังงา, ชุมพร, ตราด, สระบุรี, ระนอง, สตูล, ตาก, จันทบุรี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, ตรัง, ฉะเชิงเทรา, นครนายก, กระบี่, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, สุราษฎร์ธานี, เพชรบุรี และสระแก้ว  รวม 66 อำเภอ 180 ตำบล 794 หมู่บ้าน


มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย) 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, ชลบุรี, พัทลุง, ตรัง, พังงา, จันทบุรี, ระยอง และตาก


ขณะนี้คลี่คลายแล้ว 17 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด

โดย จังหวัดสระแก้ว น้ำจากอำเภอเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังสมบูรณ์, อำเภอวังน้ำเย็น และอำเภอเขาฉกรรจ์ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 145 หลังคาเรือน

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอพนม, อำเภอวิภาวดี, อำเภอบ้านตาขุน, อำเภอเวียงสระ และอำเภอพระแสง รวม 23 ตำบล 123 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอพระแสง

จังหวัดปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอบ้านสร้าง

จังหวัดพังงา น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตะกั่วป่า, อำเภอคุระบุรี และอำเภอกะปง รวม 14 ตำบล 51 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

จังหวัดระยอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชิงเนิน, อำเภอทับมา และอำเภอแกลง

จังหวัดจันทบุรี น้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งหางแมว, อำเภอมะขาม, อำเภอโป่งน้ำร้อน, อำเภอขลุง, อำเภอเขาคิชฌกูฎ, อำเภอท่าใหม่ และอำเภอเมืองจันทบุรี

สถานการณ์ในภาพรวม ปัจจุบันฝนหยุดตกและระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่



ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ในพื้นที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ อีกทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ผู้ประสบภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา:http://disaster.tnews.co.th/content/162093/

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images

Close
Advertiser
loading...